หน้าแรก / บล็อก / ความรู้เกี่ยวกับล้อแม็กซ์ (ล้ออัลลอยด์) / ผ้าเบรคเลือกให้เป็นก่อน จะเอาเงินไปโยนทิ้งกับผ้าเบรคราคาสูงที่เกินความจำเป็น




ผ้าเบรคเลือกให้เป็นก่อน จะเอาเงินไปโยนทิ้งกับผ้าเบรคราคาสูงที่เกินความจำเป็น
05 Mar 2020


ย้อนกลับ

ผ้าเบรกเป็นชิ้นส่วนที่เมื่อคุณมีรถสักคัน ใช้ไปสักระยะหนึ่งคุณต้องหันมาให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะอาการ เบรกลึก เบรกไม่อยู่ เป็นสัญญานเตือนว่าคุณจำเป็นต้องเปลี่ยนผ้าเบรกแล้ว เมื่อถึงเวลาที่เราจะต้องเปลี่ยนผ้าเบรกมักเกิดเป็นคำถามขึ้นอยู่ในหัวตลอด เลือกยี่ห้อไหน เกรดอะไรดี บางครั้งเราซื้อแพงสุดไม่ใช้ว่าจะดีจะคุ้มค่าเสมอไปนะครับ วันนี้Lenso wheel จะพาทุกท่านไปรู้ลึกถึงความแตกต่างของเบรกชนิดต่างๆ




หลายๆครั้งที่เราไปร้านอะไหร่หรืออู่เพื่อที่จะเปลี่ยนผ้าเบรก จะเจอทางร้านเชียร์ผ้าเบรกยี่ห้องนั้นยี่ห้อนี้ ส่วนใหญ่ก็จะขึ้นอยู่กับว่าร้านนั้นเป็นตัวแทนจำหน่ายผ้าเบรกยี่ห้ออะไร แต่ประเด็นสำคัญคือการเลือกเกรดของผ้าเบรก สิ่งที่เจอเป็นประจำคือ เราขับรถ CITY Car แต่ทางร้านชอบเชียร์ผ้าเบรคเกรดระดับ Super car ให้เราซึ่งตอบได้คำเดียวว่าเกินความจำเป็นเพราะอะไรเราไปดูกันครับ



รถจะเบรกได้ดี อยู่ไม่อยู่ ทนทานแค่ไหนอยู่ที่เนื้อผ้าเบรกโดยตรง ประสิทธิภาพ ของการเบรก ฟิวลิ่งความรู้สึกเบรคที่แตกต่างกันเลือกยังไงให้ครบทั้ง ความปลอดภัย ใช้งานคุมค่า ราคาเหมาะสม


สำหรับผ้าเบรกที่มีขายอยู่ในตลาดบ้านเรา ปัจจุบันมีอยู่ 4 ประเภท ดังนี้



1. 1.ผ้าเบรกในกลุ่มที่ เนื้อผ้าเบรก มี ส่วนผสมของสาร Asbestos (กลุ่มผ้าเบรก Standart)
เป็นผ้าเบรกที่ใช้งานตามาตรฐานทั่วไป ใช้งานได้ง่ายสะดวก เหมาะกับการใช้งานในรถยนต์ที่ไม่ค่อยได้ใช้ความเร็วสูงมากนัก ผ้าเบรกในกลุ่มนี้ราคาอาจไม่สูงมาก และสามารถทำงานได้ดีในช่วงตั้งแต่ความเร็วต่ำ เบรกจับได้แน่นและค่อนข้างนุ่มนวลและไม่กินหรือทำให้จานเบรกเป็นรอยมากนัก.. แต่ข้อเสียคือ อาจมีฝุ่นผงของเศษผ้าเบรกเป็นละอองออกมาปะปนในอากาศ หรือสร้างคราบสกปรกติดที่ล้อรถได้ ?ซึ่งผ้าเบรกในกลุ่มนี้ไม่เหมาะกับการใช้งานในลักษณะของการเบรกหนักๆ ในความเร็วที่สูงต่อเนื่องบ่อยๆ ?เพราะผ้าเบรกในกลุ่มนี้ เมื่อมีความร้อนสะสมมากๆ ?ประสิทธิภาพจะลดลง หรือ หากความร้อนสะสมในตัวผ้าเบรกมีมากจนไม่สามารถคลายตัวได้ในช่วงเวลานั้น ?อาจส่งผลให้เกิดอาการเบรก Fade ในระบบเบรกได้ (อาการเบรก Fade คือ อาการที่เบรกหาย หรือ การที่เหยียบเบรกไปแล้วไม่มีแรงดันในระบบเบรก ..จึงไม่สามารถหยุดรถได้..หากเกินอาการนี้เมื่อไหร่ ท่องไว้ครับ สติๆๆ ..พยายามลดความเร็วด้วยเกียร์ / ค่อยๆ ดึงสลับปล่อยเบรกมือ / ประคับประคองทิศทางรถให้ดีครับ ที่เหลือก็อาศัยประสบการณ์ความสามารถพิเศษที่ผู้ขับขี่มีติดตัวมาครับ)



2.ผ้าเบรกในกลุ่มที่ เนื้อผ้าเบรก ไม่มี สวนผสมของสาร ?Asbestos (กลุ่มผ้าเบรก Semi-metallic)
ผ้าเบรกในกลุ่มนี้อาจดูแล้ว มีความพิเศษกว่าในกลุ่มแรก แต่ก็แน่นอนราคาค่าตัวอาจจะสูงกว่าตามลำดับ ซึ่งผ้าเบรกในกลุ่มนี้ ตัวเนื้อผ้าเบรกจะไม่มีการผสมสาร Asbestos แต่จะผสมสารต่างๆ ในกลุ่ม metallic ลงไปในเนื้อผ้าเบรก ..ซึ่งผ้าเบรกในกลุ่มนี้เหมาะที่เรานำมาใช้กับรถที่เน้นในเรื่องของความเร็วสูงๆ และต้องใช้เบรกบ่อยๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ?เพราะตัวผ้าเบรกสามารถรองรับงานหนักและสามารถทนความร้อนได้สูงวกว่าแบบแรก .. แต่นอกจากข้อดีที่สามารถมองเห็นได้ในความแตกต่างแล้ว ?ผ้าเบรกในกลุ่มนี้ก็ยังมีข้อเสียในตัวมันเองด้วย เช่น ผ้าเบรกในกลุ่มนี้ ในช่วงเวลาที่เบรกเย็นตัวอาจจะไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่เบรกอาจมีลื่นหรือไหลบ้างต้องรอเวลาหรือได้รับการ Warm หรือ มีความร้อนสะสมสักนิดความสามารถในปการเบรกก็จะสูงขึ้น ?จากนั้นขอเสียอีกอย่างหนึ่งที่แตกต่างก็คือ ตัวผ้าเบรกจะมีความทนทานสูงแต่อาจส่งผลเสียกับจานเบรกที่จะทำให้จากเบรกสึกหรอไปได้อย่างรวดเร็ว หรือ มักสร้างรอยต่างๆ ให้เกิดขึ้นบนจานดิสก์เบรกได้


3. Metallic แบบอัดขึ้นบล็อคด้วยผงเหล็ก มีประสิทธิภาพการใช้งานสูง สามารถทนความร้อนได้ดี มีความไวเมื่อเหยียบเบรกแบบกระทันหัน แต่อาจมีเสียงดังเมื่อใช้งาน และทำให้จานเบรกสึกไวกว่าปกติ



4. Semi-metallic ส่วนผสมส่วนใหญ่เป็นโลหะ แม้จะทำมาจากโลหะเป็นส่วนใหญ่ แต่มันสามารถระบายความร้อนได้เร็วมาก แต่ก็ยังทนความร้อนได้ไม่ดีเท่าแบบที่ 3 แถมยังมีเสียงดังขณะเหยียบเบรกอีกด้วย




การเลือกผ้าเบรกให้เหมาะสมกับการใช้งานกับรถของคุณถือเป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างยิ่ง เพราะหากรถของคุณแค่ขับใช้งานธรรมดา ก็ให้เลือกผ้าเบรกชนิดที่เป็นแบบเดียวกันกับของเดิมโรงงาน เพราะมันได้ถูกคำนวณเรื่องการใช้งานมาแล้ว แต่ถ้ารถของคุณแต่งซิ่ง มีกำลังเครื่องยนต์มากขึ้น ก็ควรที่จะเลือกใช้ผ้าเบรกที่มีคุณภาพสูงไปเลย เนื่องจากเบรกธรรมดาอาจเอาไม่อยู่ เมื่อคุณขับขี่ด้วยความเร็วสูง แต่ทางที่ดี ขับขี่ปลอดภัย ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดจะดีที่สุดครับ

รถบ้าน ใช้งานเดินทางในเมืองหลวง / ไปทำงาน / ช้อปปิ้ง / ออกต่างจังหวัด นานๆ ครั้ง ..ในสไตล์นี้ ใช้ผ้าเบรก ในเกรด Standart ที่ไม่มีส่วนผสมของโลหะ ก็เพียงพอแล้วครับ ใช้งานง่ายสะดวก ไม่ต้องรออุณหภูมิที่สูงมาก เบรกก็เริ่มทำงานได้ดีในช่วงต้นๆ แล้วครับ


-รถแต่งซิ่ง อัพสเต็ป / หรือ คนรักความเร็ว / เดินทางต่างจังหวัดใช้ความเร็วสูงๆ ยาวๆ บ่อยๆ .. ในการใช้รถสไตล์นี้ ขยับมาใช้ผ้าเบรกใน กลุ่มผ้าเบรก Semi-metallic ก็ได้ครับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นใจ ความทดทานของการสึกหรอของระยะผ้าเบรกได้อีกระดับหนึ่ง .. เนื่องจากอาจต้องใช้เบรกเยอะ ความร้อนสะสมเยอะเวลาใช้งาน จะได้ไม่เกิดอาการเบรก Fade แต่ช่วงเริ่มการใช้งานในตอนเบรกยังเย็นตัว? ควรรอให้อุณหภูมิสะสมในผ้าเบรกสูงสักนิดนะครับ เพราะ ในช่วงเริ่มการใช้งานใหม่ๆ? ความร้อนในเบรกยังไม่สูงมาก ลักษณะการเบรกอาจจะมีอาการไหลๆ ลื่นๆ อยู่บ้าง ก็ตามสไตล์ผ้าเบรกใน เกรดนี้


-รถตู้ / รถโดยสาร / รถกระบะที่ขนของหนักๆ ลุยทางไกล ขึ้นเขาลงห้วยเป็นประจำ .. สำหรับรถกลุ่มนี้บอกเลยว่า จัดเต็มเลยครับเรื่องผ้าเบรก ใช้เกรดดีหน่อย มองใน กลุ่มผ้าเบรก Semi-metallic เลยครับ เพราะใช้งานคุ้มแน่นอน ที่สำคัญรถในกลุ่มนี้ต้องใช้งานเบรกบ่อย..เจอความร้อนที่สะสมสูงๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทางยาวๆ? รถหนัก ขึ้นเขาลงเขาบรรทุกสิ่งของต่อเนื่องยาว ๆ งานนี้ เรื่องเบรกต้องสำคัญ จัดเต็มเลยอย่าได้ประหยัดตรงจุดนี้ การใช้งานรถในกลุ่มนี้ต้องตรวจสอบระบบเบรกและส่วนควบทั้งระบบ ทุกระบบเป็นประจำ ครับ เพราะรถใช้งานหนักต่อเนื่องความสึกหรอย่อมเกิดได้มากและเร็วกว่าการใช้งานในรูปแบบอื่นๆ



สำหรับสิงค้าที่เราจะมาแนะนำวันนี้ ผ้าเบรกชื่อดังในยุค 2020 สำหรับคนรักรถหรือสายซิ่ง ชั่วโมงนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก NEXZTER หลายๆคนอาจจะคิดว่าเป็นแบรนใหม่ แต่ที่ไหนได้เป็นผ้าเบรกที่ต่อยอดมาจาก nsport ซึ่งเป็นผ้าเบรกที่มีชื่อเสียงในไทยอยู่แล้ว และผลิตภายใต้เทคโนโลยีจากแบรนดัจากประเทศญี่ปุ่นอย่า project Mu





NEXZTER ได้แบ่งแยกเกรดของเบรกไว้ 4 เกรดด้วยกัน ซึ่งชื่อเกรดของเบรคจะระบุเจาะจงเลยว่าควรใช้กับรถประเภษไหนอย่างชัดเจน เราไปดูคุณสมบัติ รายละเอียดของเบรกแต่ละเกรดกันครับ



ในรุ่นแรก NEXT SPEC

Normal Street Brake System

เหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล ที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือ เรียกอีกอย่างว่ารถบ้านนั้นเอง

  • โดดเด่นด้วยวัตถุดิบ Carbon Plus และการผสมผสานของเส้นใยชนิดต่างๆ ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานเฉพาะทางอย่างลงตัว ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการเบรคและเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมตั้งแต่เริ่มแรก
  • คุณสมบัติให้หน้าสัมผัสระหว่างจานเบรคและผ้าเบรคมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • ทนความร้อนสูงถึง 400 องศาเซลเซียส
  • ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอยู่ที่ 0.35-0.42




รุ่นที่สอง มาในชื่อ MU SPEC


Street Sport Brake System

เหมาะสำหรับรถยนต์นั่ง ขนาดเล็ก – ขนาดใหญ่ และเหมาะกับคนที่รักความสนุกในการขับขี่รถยนต์ ใช้ความเร็วสูงบ้างบางช่วงเวลา

  • โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Aerospace ที่ใช้ในอากาศยานที่มีจุดเด่นในการทนความร้อนสูง และแข็งแรงทนทานสูง คงทนต่อการกระแทกได้ดี และยังใช้เป็นส่วนประกอบของชุดกันไฟหมวกกันไฟ สำหรับนักแข่งรถยนต์สูตร 1 และนักผจญเพลิง
  • คุณสมบัติให้ระยะเบรคที่สั้นกว่าเดิม ยืดอายุจานเบรค และสารเคลือบจานเงา
  • ทนความร้อนสูง 500 องศาเซลเซียส
  • ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Friction Coefficient) อยู่ที่ 0.40-0.45 




สำหรับตัวนี้เป็นเบรกเกรดสูงมาในชื่อ PRO SPEC

High Performance Brake System

สำหรับรถยนต์นั่งขนาดกลาง - ใหญ่ , รถปิคอัพ , รถแวน , รถขับเคลื่อน 4 ล้อ และรถแต่งที่ชอบความเร็ว

ไปจนถึงรถที่ออกแบบเป็น performance car ตั้งแต่ต้นกำเนิด

  • โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Hollow Structure ที่นำวัสดุวิศวกรรมที่ถูกสร้างขึ้นโดยวัตกรรมทางเทคโนโลยีเฉพาะทางสำหรับยานยนต์ให้มีความแข็งแรงพร้อมกับ มีโครงสร้างที่เหนือกว่าโครงสร้างผ้าเบรคทั่วไป จึงทำให้มีการถ่ายเทความร้อนได้ดี ช่วยให้ประสิทธิภาพการเบรคเสถียรในทุกช่วงการใช้งานถึงประดับอุณหภูมิที่ 600 องศา
  • คุณสมบัติ ทนความร้อนสูง ระยะเบรคดี ทำงานเต็มที่ทุกช่วงอุณหภูมิ และช่วยการควบคุมการขับขี่ในช่วงความเร็วสูงได้ดี
  • ทนความร้อนสูงถึง 600 องศาเซลเซียส
  • ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Friction Coefficient) อยู่ที่ 0.43-0.48





และในรุ่นเกรดสุดท้ายมาในชื่อ RACE SPEC

Racing Brake System

ชื่อรุ่นบอกอย่างตรงตัว สำหรับรถแต่งเครื่องเปลี่ยนเครื่องที่แรงกว่าเดิม ไปจนถึงที่ถูกออกแบบมาแข่งในสนามโดยเฉพาะ

  • โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Super Graphite Metllic ช่วยเสริมโครงสร้างของผ้าเบรคให้มีความแข็งแกร่งและให้ค่าความหนึบที่สูงมาก
  • คุณสมบัติ ทนความร้อนสูง ระยะเบรคดี ทำงานเต็มที่ทุกช่วงอุณหภูมิ และช่ยการควบคุมการขับขี่ในช่วงความเร็วสูงได้ดี
  • ทนความร้อนสูงถึง 800 องศาเซลเซียส
  • ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Friction Coefficient) อยู่ที่ 0.50-0.55


ตอนนี้สำหรับผ้าเบรค Nexzter สามารถหาซื้อได้กับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศเลยครับผม


เรียบเรียงโดย ดิศกุล หล้าสวัสดิ์


ป้ายกำกับ :